[0012003]ปฐวีธาตุลุ่มแม่น้ำโขงด้วยเชือกเทียน (13g)

[0012003]ปฐวีธาตุลุ่มแม่น้ำโขงด้วยเชือกเทียน (13g)

฿450.00

Availability: สินค้าหมดแล้ว SKU: 0012003 หมวดหมู่: , ป้ายกำกับ:
  • รายละเอียด

รายละเอียด

ชื่อหิน  :  ปฐวีธาตุลุ่มแม่น้ำโขง จ.นครพนม
***เป็นกลุ่มหินใสเหลือง ที่ถูกค้นพบใหม่ ที่แม่น้ำโขงบริเวณ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นกลุ่มหินแม่น้ำโขงหายากอีกชนิดหนึ่ง ในแต่ละกองใหญ่ๆที่มีการดูดหินขึ้นมานั้นจะมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น จึงเป็นหินที่หายาก และมีความเชื่อในเรื่องที่ดีมากมาย ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับหินที่หลวงปู่คำพันธ์ นำมาปลุกเสกและใช้ชื่อว่า “ปฐวีธาตุ” ตามเรื่องราวในบทความด้านล่างนี้

ขนาด  : 47x27x11 มิลลิเมตร

น้ำหนัก :  13 กรัม

 


“ปฐวีธาตุ” หรือ “พระเพชร”แห่งลุ่มแม่นำโขง

หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ วัดธาตุมหาชัย นครพนม

ย้อนไปเมื่อสมัยท่านเจ้าคุณนรฯ ยังทรงสังขารอยู่  ท่านเคยปรารภว่า  พระรูปเหมือนนั่งใบโพธิ์ของท่านประสบความสำเร็จ  (คือมีคนนิยมมาก)  ต่อไปจะมีผู้ร้างพระใบโพธิ์อีกมากมายแต่ไม่ประสบความสำเร็จดังเช่นของท่าน  หากจะมีพระทางภาคอีสานรูปหนึ่ง  ประสบความสำเร็จในพระรูปเหมือนใบโพธิ์เช่นของท่าน  แต่พระรูปนั้นจะต้องอธิษฐานจิตปฐวีธาตุได้ด้วย  จึงได้เกิดการตามหาพระรูปนั้นหลังจากที่สิ้นท่านเจ้าคุณนรฯ ไปแล้ว

 

หลวงปู่คำพันธ์  โฆษปัญโญ  วัดธาตุมหาชัย นครพนม คือพระรูปนั้น   ท่านได้ทำปฐวีธาตุแจกศิษย์มาแต่ปี พ.ศ.  2495  ก่อนท่านเจ้าคุณนรฯ เสียอีก  ท่านได้เล่าให้ฟังว่า   ท่านได้รับตำราการอธิษฐานจิต“ ปฐวีธาตุ” มาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่มโดยได้มีชายผู้หนึ่งได้นำมาถวายให้ท่านตามคำสั่งเสียของบิดาก่อนตาย   โดยบิดาของชายผู้นั้นได้สั่งกำชับบุตรชายไว้ว่า  เมื่อพ่อตายแล้วจงเอาคัมภีร์เล่มนี้ไปมอบให้กับหลวงพ่อคำพันธ์แต่เพียงรูปเดียวเท่านั้น  ซึ่งตำราเล่มนั้นเขียนด้วย “ตัวธัมใหญ่”  ทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็นอักขระที่มีความศักดิ์สิทธ์สูงสุด  ใช้จารเฉพาะตำราชั้นสูงเท่านั้น  เป็นตำราที่ว่าด้วยการ  “อธิษฐานปฐวีธาต”  สามารถทำธาตุธรรมชาติธรรมดาให้มีอานุภาพ  มีพลังงานขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์  ท่านจึงศึกษาวิธีการจนแตกฉาน  จดจำได้ทุกขั้นตอน  ในเวลาต่อมาก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งมาขอตำรานั้นไป  ท่านก็กรุณามอบให้  ทุกวันนี้ยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใคร

 

หลวงปู่คำพันธ์ได้เมตตาอธิบายถึงคุณลักษณะของปฐวีธาตุที่ถูกต้องตามตำราทุกประการว่า   ต้องเป็นกรวดที่แช่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติเท่านั้น  จะอยู่บนบกไม่ได้ ตัวกรวดเมื่อเก็บขึ้นมาต้องมีลักษณะเดิมตามธรรมชาติของเขา  จะบิ่น  จะแตกหักหรือร้าวไม่ได้เลย  ที่สำคัญสุดยอด  คือต้อง  “โปร่งแสง”  เท่านั้น  และด้วยคุณลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้ปฐวีธาตุของหลวงปู่คำพันเป็นของหายากที่สุด  แม้ว่าทางวัดจะพำยายามแก้ไขด้วยการนำกรวดจากแม่น้ำโขงชนิดขุ่นมาถวายท่านอธิษฐานแทนก็ตาม  แต่ก็หาถูกต้องตามตำราบังคับไม่  หากท่านก็อนุโลมให้เป็นปฐวีธาตุได้เช่นกัน  ผิดกับครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆเช่น ท่านเจ้าคุณนรฯ “ปฐวีธาตุ” ของท่านจะต้องได้มาจากอำเภอบางบ่อ  จังหวัดสมุทรปราการเท่านั้น  จะใสหรือขุ่น  ใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ  นอกจากนี้ในตำรายังได้ระบุไว้ว่า  ผู้จะอธิษฐานปฐวีธาตุได้นั้นต้องเป็นผู้เดินวิปัสสนาล้วน  จะเป็นผู้เล่นทางสายวิชาคือ คาถาอาคมไม่ได้เลย

 

มูลเหตุของการอธิษฐานจิตปฐวีธาตุ

 

สืบเนื่องจากในช่วงก่อนปี 2500  บ้านเมืองยังเต็มไปด้วยผู้ก่อการร้าย  ทำให้เหล่าทหาร ตำรวจและข้าราชการต่างๆ มาขอของดีจากท่านเอาไว้คุ้มตัว   ท่านจึงได้ให้เหล่าทหารและชาวบ้านไปเก็บหินในแม่น้ำโขงมาให้ท่านอธิษฐานจิต  ท่านบอกว่า  ท่านเสกด้วยพระคาถาชินบัญชรเช่นเดียวกับปฐวีธาตุของท่านเจ้าคุณนรฯ    แล้วเสกหนุนธาตุต่างๆตั้งให้เป็นองค์พระและธาตุปฐวีคือ ธาตุหินนี้แกร่ง  ท่านจึงเรียกปฐวีธาตุของท่านว่า “ พระเพชร “

 

ลป.คำพันธ์ ท่านเก่งในการคุมธาตุสี่ น้ำ ดิน ลม ไฟ จนเป็นที่ยอมรับโดยทั่ว  ลป.โต๊ะฯ ก็อีกรูปหนึ่ง   เมื่อท่านนำ”ปฐวีธาตุ”มาเสกก็จะเรียกธาตุ 4 ทีละธาตุแล้วรวมธาตุเป็นหนึ่ง  เสกบรรจุลงในก้อนปฐวีธาตุนั้น  เมื่อนำมาใช้ธาตุสี่ในตัวเราก็จะผสานกับปฐวีธาตุนั้น  สรรพคุณสุดแท้จะอธิษฐานเอา  ในเวลาอธิษฐานปฐวีธาตุหลวงปู่ท่านจะอธิษฐานว่า  ให้ป้องกันภัยอันจะเกิดแต่ธรรมชาติก็ดี  ภัยอันเกิดแต่มนุษย์ก็ดี  กันได้ทั้งสิ้น  กันภัยจากอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน  และที่จะมีขึ้นในอนาคต  ท่านเรียกการอธิษฐานแบบนี้ว่า  “เสกครอบลงไป”  การเสกแบบนี้ไม่เหมือนกับการเสกพระเครื่องทั่วไปของท่าน  ท่านจึงย้ำว่า “ ปฐวีธาตุนี้เป็นของที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ ”

 

หลวงปู่คำพันธ์ท่านเคยกล่าวกับลูกศิษย์ถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของปฐวีธาตุของท่านว่า  คุ้มครอง  คุ้มภัย  กันฟ้า  กันไฟ  ปฐวีธาตุแห่งแม่น้ำโขงนี้เป็นธาตุเย็น  อานุภาพแห่งองค์พระเพชร  สามารถป้องกันภัยอันเกิดจากรังสีความร้อนที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้

 

การบูชาปฐวีธาตุ

 

หลวงปู่สั่งว่า  เมื่อได้มาแล้วถ้าจะบูชาติดตัวก็พยายามเลี่ยมแบบเปิดหน้า เปิดหลังให้ปฐวีธาตุได้สัมผัสกับไอของร่างกาย  ธาตุจะดึงดูดซึ่งกันและกันปรารถนาสิ่งใดก็ให้ตั้งจิตเอา  ปฐวีธาตุช่วยได้  แต่ถ้าบูชาอยู่กับบ้าน  ให้เอาปฐวีธาตุแช่น้ำสะอาดตั้งบูชาไว้บนที่สูง  ใส่น้ำอบ น้ำหอมผสมลงในน้ำเป็นการบูชา  ลอยด้วยดอกมะลิหรือดอกไม้หอมอื่นก็ได้  จุดธูปบูชา  7  ดอก  สวดบทพุทธคุณ  ธรรมคุณ  สังฆคุณ   แล้วต่อด้วยพระคาถานี้

 

“ หิตะหิรา  มันทิโล  กะสิรา  กะละลาสติ  โสจะถิโห  คะเนตะเน ” ( 3จบ )

 

แล้วตั้งจิตระลึกถึงคุณพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  คุณมารดา  บิดาคุณครูบาอาจารย์  พระคุณของหลวงปู่คำพันธ์  โฆษปัญโญ  เหล่าพญานาคผู้รักษาองค์พระธาตุพนมและพระธาตุมหาชัย  และทั้งที่สถิตอยู่ในลำน้ำโขงปรารถนาสิ่งใดก็อธิษฐานเอา   หลวงปู่บอกว่า ปฐวีธาตุมีคุณวิเศษครอบจักรวาลมีทุกข์ร้อนสิ่งใดก็ให้บอกกล่าว  สามารถช่วยเหลือได้จริง

 

การลอยดอกไม้ในน้ำให้ทำเฉพาะวันพระ  เมื่อหมดวันพระแล้วให้ช้อนดอกไม้ออกอย่าให้เน่าเสียคาภาชนะเด็ดขาด  น้ำหล่อปฐวีธาตุถ้าจะเปลี่ยนให้นำไปประพรมบ้านเรือนหรือสาดขึ้นหลังคาบ้านเป็นสิริมงคลนัก  กันภัยนานาชนิด

 

หมายเหตุ  การที่หลวงปู่ท่านให้แขวนแบบเปิด  ไม่ได้หมายความว่ากลัวพุทธคุณจะออกมาไม่ได้  แต่เป็นวิธีการ “ใช้งาน” ในแบบเฉพาะของวัตถุมงคลประเภทนี้  ที่ทำแบบนั้นก็เพราะต้องการให้กระแสธาตุในร่างกายเราได้สัมผัสกระแสธาตุในองค์ปฐวีธาตุพลังงานในปฐวีธาตุน่ะออกมาหาเราได้  แต่พลังงานในกายเราเข้าไปหาเขาไม่ได้   จึงจำเป็นที่จะต้อง  “เลี่ยมเปิด”  เพื่อสงเคราะห์ตัวเราเอง  ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือท่าน

 

ปฐวีธาตุต่างกับพระเครื่องอย่างไร

 

ปฐวีธาตุต่างจากพระเครื่องตรงที่กรวดจากแม่น้ำโขงซึ่งหลวงปู่นำมาอธิษฐานเหล่านั้น  พวกนาคเขาถือว่าเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของเขา  กรวดเหล่านั้นจึงมีพลังงานของพวกเขาติดมาด้วย  และเมื่อได้รับการอธิษฐานด้วยกระบวนการทางจิตที่ซับซ้อนอย่างยากที่เราจะเข้าใจ  ก็จะทำให้กรวดเหล่านั้นเกิดพลังงานมหาศาลชนิดที่เราก็ไม่เข้าใจอีกอยู่ดีว่าเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

 

พลังงานมหาศาลที่ว่านี้  หลวงปู่คำพันธ์รับรองว่า กันนิวเคลียร์ได้

 

เมื่อปฐวีธาตุซึ่งมีพลังงานแฝงอยู่แล้ว  ได้รับการอธิษฐานจากจิตที่มีพลังงานมหาศาลเพราะได้รับการฝึกฝนมาดีเยี่ยม  พุ่งกระแสลงไปสู่หินเป็นจุดเดียว  กระแสจิตที่แรงกล้าเกิดกระทบกับพลังงานที่อยู่ในหินแล้วกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง  เป็นคลื่นรังสีที่มีพลัง งานแรงสูง  พอที่จะให้ความคุ้มครองผู้บูชาตามที่ผู้อธิษฐานได้  “ตั้งโปรแกรม” ไว้

 

นอกเหนือไปจากหมู่นาคทั้งหลายที่จะขึ้นมาพิทักษ์รักษาผู้ครอบครองปฐวีธาตุเมื่อยามเกิดภัยพิบัติตามคำทำนาย ชนิดปฐวีธาตุ 1  องค์  ต่อพญานาค  1  ตน  ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวไม่อาจมีในพระเครื่องที่ถูก “สร้าง” ขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์  ผิดกับ “ปฐวีธาตุ” ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากผลงานของธรรมชาติ  จึงเก็บประจุพลังงานจากธาตุทั้งสี่และรังสีจากจักรวาลมาเนิ่นนานนับได้เป็นล้าน ๆ ปี

 

ครูบาอาจารย์ผู้มีจิตอัศจรรย์เข้าถึงหลักธรรมชาติอย่างถ่องแท้จึงมักทำปฐวีธาตุให้ศิษย์  อาทิ  ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์  หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล  หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม  ท่านพ่อเมือง พลวัฑโฒ วัดป่ามัชฌิมวาส

 

ซึ่งก็ตรงตามที่หลวงปู่คำพันเคยบอกว่า  “ผู้ที่จะอธิษฐานปฐวีธาตุได้นั้น  ต้องเป็นผู้เดินวิปัสสนาล้วน  จะเป็นผู้ที่มาทางสายวิชาอาคมไม่ได้เลย”

 

และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไม  “ปฐวีธาตุ”  จึงมีความแตกต่างจากพระเครื่องมากมายนัก

 

ข้อมูลจาก http://www.amulet.in.th